เข้าระบบ »  |  รายการเว็บ »  |  สุ่มเว็บ »
ทางเลือก...บรรเทาปวด

หลายคนเคยพูดว่า "ตายไม่กลัว แต่ขออย่าให้เจ็บปวดทรมาน" เพราะฉะนั้นจึงดูเหมือนว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าคือความเจ็บปวดทุกข์ทรมานนั่นเอง แต่ถึงกระนั้นผู้คนจำนวนมากก็ยังคงต้องทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในปัจจุบันนอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และยาสมัยใหม่เพื่อดูแลความเจ็บปวดโดยทั่วไปแล้ว ยังมีการใช้ทางเลือกอื่นๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ และบางวิธีการนั้นญาติหรือผู้ดูแลสามารถจะนำไปใช้ได้โดยตรง เมื่อผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวดขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้วิธีการเหล่านี้ควบคู่ไปกับการใช้ยาได้อีกด้วย เช่น

ดนตรีบำบัด

มีงานวิจัยพบว่าเมื่อผู้ป่วยได้ฟังดนตรีที่ผ่อนคลายและโปรดปราน จะทำให้ผู้ป่วยมีการใช้ยาบรรเทาปวดน้อยลง และดนตรีที่เหมาะสมจะนำมาเปิดให้ผู้ป่วยฟังเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดนั้นควรเป็นดนตรีบรรเลง หรือหากเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องควรเป็นเพลงที่มีเนื้อหาช่วยให้สบายใจ หรืออาจจะเป็นเพลงที่ผู้ป่วยชอบก็ได้

 

การหัวเราะและอารมณ์ขัน

มีผลงานวิจัยบ่งบอกว่า ถ้าผู้ป่วยหัวเราะอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 10 นาที จะทำให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับได้ โดยไม่ปวดประมาณ 2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นละคร ภาพยนตร์ หนังสือตลก หรือการพูดคุยเรื่องขำขันกับผู้ป่วยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจมิใช่น้อย

 

การนวดและการสัมผัส

การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อที่ยืดเกร็งจากความเจ็บปวดคลายออก เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลายความเจ็บปวดก็จะค่อยๆ บรรเทาลง รวมทั้งยังเป็นการสื่อสารถึงความรัก ความรู้สึก และความห่วงใยที่มีต่อผู้ป่วยโดยไม่ต้องใช้คำพูดอีกด้วย การนวดที่เน้นการผ่อนคลายนี้ ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ศาสตร์การนวดมากมาย แต่มีข้อควรระวังไม่ควรนวดบริเวณที่ปวดเท่านั้น ให้นวดบริเวณอื่นแทน

สมาธิคลายปวด

เมื่อทำสมาธิจะทำให้จิตใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออก หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งตลอดเวลา ทำให้ใจไม่รับรู้เรื่องอื่น รวมทั้งความเจ็บปวดด้วย

สวดมนต์ สวดอ้อนวอนถึงพระเจ้า หรือร้องเพลงสวด

หากผู้ป่วยคุ้นเคยกับการสวดมนต์อยู่แล้ว อาจจะชักชวนให้ผู้ป่วยสวดมนต์ร่วมกัน หรืออาจจะเปิดเทปสวดมนต์ให้ผู้ป่วยระลึกตามในใจ ซึ่งควรเลือกบทสวดมนต์ที่ผู้ป่วยชอบหรือคุ้นเคย และบทสวดที่ยาวจะช่วยสร้างสมาธิได้มากขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่ไม่คุ้นเคยกับการสวดมนต์ แต่มีจิตศรัทธาอาจจะใช้บทสวดมนต์สั้นๆ เช่น พุทโธ สัมมาอะระหัง หรือ นะโมตัสสะ เป็นต้น

เมตตาภาวนากับความเจ็บป่วย

คือการผูกมิตรกับความเจ็บปวดหรือโรคร้ายที่กำลังเผชิญ ทำให้รู้สึกว่าร่างกายของเราไม่ได้เป็นศัตรูกับความเจ็บปวดหรือโรคที่กำลังเป็นอยู่ แต่ยอมรับและให้ความรัก ความเมตตากับโรคที่เป็นอยู่ มีผู้ป่วยมะเร็งหลายคนเล่าว่า หากสามารถทำใจผูกมิตรกับก้อนมะเร็งได้ พูดคุยดีๆ เหมือนเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความรักความเมตตา เป็นประจำ ดูเหมือนว่าก้อนมะเร็งก็จะทำตัวดี ไม่ลุกลาม ถือได้ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

ปาฏิหารย์แห่งลมหายใจ

การหายใจที่ถูกต้อง นั้นคือการหายใจยาว ลึก ช้า และละเอียดลงไปถึงหน้าท้อง สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญความเจ็บปวดอยู่นั้น เทคนิคที่น่าสนใจ คือ การน้อมคำบริกรรมตามลมหายใจ เช่น

                                เมื่อหายใจเข้า------ฉันรับรู้ความปวด ความเครียดในตัว

                                เมื่อหายใจออก-----ฉันปลดปล่อยความปวด และความเครียดออกไป

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ อาจจะใช้วิธีการตามการเคลื่อนไหวส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น กำและเหยียดมือ รับรู้การกระพริบตา ยกเท้าขึ้นลง เป็นต้น

การผ่อนพักอย่างลึก

เป็นการผ่อนคลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยการส่งจิตไปรับรู้ยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผ่อนคลายความตึงเครียด ความคิดวิตกกังวล และน้อมนำสติมาอยู่กับปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการเยียวยาร่างกายและจิตใจ และยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้อีกด้วย

การสร้างจินตภาพ

วิธีการนี้เป็นวิธีการบรรเทาความเจ็บปวดที่ใช้ได้ผลดีกับเด็ก เมื่อผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดก็พูดคุย ค่อยๆ สร้างจินตนาการถึงสิ่งที่ผู้ป่วยชอบ พูดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก็สามารถบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดลงได้

 

หลากหลายวิธีการที่จะใช้เป็นทางเลือกในการช่วยบรรเทาความเจ็บปวด เป็นวิธีการง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือใช้องค์ความรู้ใดๆ มากมาย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเลือกวิธีการใดไปใช้ สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีในทุกวิธีการ นั่นคือ "ความรัก ความห่วงใย ความเอาใจใส่และความปรารถนาดี" ที่มีให้กับผู้ป่วย เพื่อที่ผู้ป่วยจะใช้เป็นแรงใจหนุนนำให้ตนเองสามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้

 

 ที่มา : บทความเรื่อง "ทางเลือก ในการดูแลความเจ็บปวดทรมาน" จากจดหมายข่าว อาทิตย์อัสดง ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2552

 

คำสำคัญ: การดูแล, ความรู้, ประชาชน, ความปวด
สร้างเมื่อ: 2009-10-13 18:55:23   แก้ไขเมื่อ: 2010-05-17 10:13:34
เว็บนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้นำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรค รักษาโรค หรือแก้ปัญหาสุขภาพโดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
สงวนลิขสิทธิ์ © สสส.- กสพท - เครือข่าย Palliative Care ในโรงเรียนแพทย์
เนื้อหาอนุญาตให้ใช้แบบ ครีเอทีฟคอมมอนส์ สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และไม่แก้ไขต้นฉบับ