เข้าระบบ »  |  รายการเว็บ »  |  สุ่มเว็บ »

นพวรรณ คนบ้านบ้าน

เพื่อเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร

คนบ้านบ้าน

Large_k0847 

 

ก่อนวัยเรียนและวัยเรียน

            เราเป็นเด็กที่ถูกเตรียมความพร้อมมาก่อน  เมื่อถึงคราวไปโรงเรียน  ทำให้เราพอจะแตกฉานกว่าคนอื่น  อ่านออกและบวกเลข ลบเลขได้  คุณครูคนแรกเป็นครูผู้ชายชื่อคุณครูบุญรัตน์ อานุภาพ  ตัวสูงยาว เก้งก้าง คุณครูชมว่าเราเป็นเด็กเรียนเก่ง เรียนดี  ตามความคิดของสมัยก่อนโน้น  ตลอดเวลาของชั้นประถมศึกษาก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กเรียนดีเยี่ยมยอด จะเห็นว่ายังมีคนอื่น ๆ ที่เรียนดีกว่า

         เมื่อผ่านชั้นประถมศึกษา  สู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  เราก็ยังถูกคุณครูหรือใคร ๆ มองว่าเราเป็นเด็กกลุ่มเรียนดี เรารู้ตัวทุกครั้งเมื่อถูกชม  อันที่จริงเราไม่ได้เป็นเด็กเรียนเก่งหรือเรียนดีเหมือนที่ทุกคนเข้าใจ  แต่เป็นเพราะเรามีโอกาสในการทุมเทให้กับการเรียนมากกว่าเพื่อน ๆ ต่างหาก วัน ๆ เราไม่ได้ทำอะไรเลย  หมกมุ่นอยู่กับการอ่านการเขียน กองหนังสือโต ๆ ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็นึกชื่นชมว่าเป็นเด็กขยัน  เนื่องจากถูดจำกัดสิทธิ์ในการออกไปคบเพื่อนอย่างอิสระต่างหาก

         เรารู้ตัวเสมอว่าเราชอบหรือไม่ชอบเรียนวิชาใดบ้าง วิชาที่น่าเบื่อและไม่ชอบเรียนได้แก่วิชาพลศึกษา เพราะครูดุ ตีด้วยสายนกหวีด แต่เราก็หาเรื่องป่วยไปนอนที่ห้องพยาบาลเสมอ ๆ เราไม่มีทักษะในกีฬาทุกประเภท  วิชาศิลปศึกษา ไม่ชอบเป็นรองลงมา เพราะครูดุเป็นรองลงมา เป็นครูผู้ชายเช่นกัน หน้าตามีแต่บูดบึ้งไม่มีรอยยิ้ม  เหมือนเครียดมาตลอดชีวิต อีกวิชาหนึ่งคือวิชาภาษาไทย  ครูพูดไม่ได้ยินและครูนั่งอยู่ที่โต๊ะ นาน ๆ จะมาเขียนกระดานสักครั้งหนึ่ง

         ครูทั้ง ๓ ท่านที่กล่าวมามีคุณลักษณะตรงกันคือเป็นครูที่ลำเอียง  ครูผู้ชายชอบหยอกล้อกับนักเรียนหญิงที่หน้าตาดี และแก่นแก้ว  ส่วนครูภาษาไทยเลือกลงโทษ  ไม่ลงโทษเราตอนที่เราทำผิด เนื่องจากวันนั้นเรามีเต้นท์ทหารมาให้สามีของคุณครูยืม สาเหตุที่ทำผิดคือนักเรียนทุกคนนำกระดาษมาพันแล้วใส่ยางวงยิงกันเล่นในห้องเรียน แล้วบังเอิญมีคนหนึ่งยิงไปถูกแขนของคุณครู  ทำให้คุณครูมาสอบถามหาคนที่เล่นแบบนี้  มีเล่นกันหลายคนรวมทั้งเราด้วย  คุณครูจึงลงมือตีเรียงไปทีละคนแต่เว้นเราไป แม้ว่าเราจะสารภาพผิด

         วิชาที่ฉันชอบมากอยากเรียนทุกวันคือ  ประวัติศาสตร์ คุณครูผู้หญิง ตัวเล็กบอบบาง หน้าตาไม่สวย ผิวค่อนข้างคล้ำแต่น่ารัก  เพราะใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา คุณครูท่านนี้ชื่อคุณครูคมขำ  (บุคลิกภาพสมชื่อ) เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามตลอดเวลา วันที่มีเรียนวิชาประวัติศาสตร์เราจะเตรียมตัวดีมาก  อ่านไปล่วงหน้า ตั้งใจฟังตั้งแต่วินาทีแรกจนจบชั่วโมง  จำคำพูดของคุณครูได้ทุกถ้อยคำ  รองจากวิชาประวัติศาสตร์คือวิชาภาษาอังกฤษ  เพราะคุณครูส่วนมากเป็นต่างชาติ มีกระบวนการเรียนการสอนดี ไม่เบื่อหน่าย ให้กำลังใจเสมอ ๆ ไม่ตำหนิให้อับอายเพื่อน ๆ และเป็นวิชาที่เรียนแล้วรู้เรื่องเข้าใจ  จำได้ก็ไม่มีปัญหา  นอกนั้นชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แต่ไม่ถึงกับเกลียด  เช่นวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็ไม่น่าเบื่อไม่ยากเกินไป  เพราะคุณครูสอนดี เอาใจใส่ จึงทำให้ตั้งใจเรียน

          จบการศึกษาชั้นมัธยมต้นแล้ว เราเลือกไปเรียนต่อมัธยมปลายสายวิทยาศาสตร์  ทำให้เราเปลี่ยนบุคลิกภาพจากหน้ามือเป็นหลังมือ  เพราะเรียนไม่ทันเพื่อน  แต่ละวันรู้สึกงงแม้กระทั่งจำทิศทางกลับบ้านไม่ถูกต้องนั่งทบทวน  ถ้าวันไหนมีการเรียนภาษาอังกฤษบ้างก็พอหายเครียด  แต่เราก็เรียนจบมาด้วยโรงเรียนกวดวิชาและการท่องจำ ท่องแม้กระทั่งคำนวณเป็นข้อ ๆ

 

          เรามีความฝันว่าอยากจะเรียนเป็นนักสังคมสงเคราะห์   สมัยนั้นการแนะแนวยังไม่เฟื่องฟูเหมือนปัจจุบัน แต่พ่อและแม่ก็ให้อิสระในการเลือกอาชีพ ฝันที่เป็นรองก็คือเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ  และอยากมีแฟนเป็นนักการเกษตรทำไร่ ทำสวนอยู่ในฟาร์มเล็ก ๆ

          เราใช้เวลาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเกินหลักสูตรคือ  ๔ ปี และอีก ๑ ภาคเรียน  เพราะขี้เกียจ ไม่ขยันเรียน  ไม่ส่งรายงานตามกำหนด ทำคะแนนไม่ถึง  สอบไม่ผ่าน  รวมแล้วเป็นเรื่องของระดับสติปัญญาไม่ดี  มากกว่าความเกเรหรือหนีเรียน ผลของระดับคะแนนก็ออกมาต่ำคือแค่ผ่าน  สมัยนั้นการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทจะหมดสิทธิ์ไปทันที ต้องออกไปทำงาน

         การเรียนในระดับปริญญาโท ไปตามความจำเป็นต้องพัฒนาตนเองมากกว่าความนิยม  แต่ละที่แต่ละแห่งไขว่คว้าเอาปริญญามา รู้สึกว่าเหมือนการเดินทางไปท่องเที่ยว ไปหาเพื่อนที่ไหนสักแห่งในเวลาอันจำกัด หมดเวลาก็ต้องกลับบ้าน  ที่ไหนมีประตูเปิดกว้างก็หาเรื่องไปเที่ยวอีก

          งานแรกที่ต้องทำคือ "ลูกจ้างเอกชน" ทำอยู่หลายแห่ง  ในที่สุดก็ออกมา "รับราชการครู" ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายและตามที่เคยใฝ่ฝันไว้ตอนวัยเด็ก  ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าครูบ้านนอกนั้นเป็นอย่างไร  หากติดตามอ่านครูคิมเจ้าเป็นไผก็จะได้รายละเอียดเกี่ยวกับเรา

         อาชีพครู ทำให้เรารักและภาคภูมิใจมากกับคำว่า "ครูบ้านนอก" เข้ากระแสเลือด  ทั้งจิตใจและวิญญาณมันบอกเราว่า "อุดมการณ์กินไม่ได้ก็จริง  เพราะมันไม่ได้มีไว้กิน"  เราตั้งใจว่าจะไม่ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ  หากถ้าเราครบเกษียณแล้ว  เราจะกลับไปทำงานสอนเด็ก ๆ ให้กับโรงเรียนเดิมที่เราเคยอยู่  เพราะอย่างน้อยเราก็มีเงินเดือนข้าราชการบำนาญอยู่แล้ว  ผสมผสานกับเงินที่เราคอยเก็บเล็กผสมน้อยมาเรื่อย ๆ ก็ทำให้เราอยู่ได้ไม่ขัดสน

วัยเลยครึ่งร้อย

        แต่...ภายหลังและปัจจุบัน    เราไม่สามารถทำตามความตั้งใจที่ดีที่สุดได้ เมื่อเราได้เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น  จึงเต็มใจที่จะออกมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างธรรมดา...เหมือนทุกวันนี้  เรียนรู้ชีวิตและสอนตัวเองเท่านั้น      แต่การเรียนรู้ชีวิตนี้มันมากล้น และมีความมันที่จะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่จำกัดกาลและเวลา เสพมันได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ต้องไม่เหนือกว่าสติ

 

        เวลาว่าง

ชอบท่องเที่ยวไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Large_k4258

Large_kk1027 

Large_n3471 
Large_n3295 

Large_kk0500 

ภาพถ่ายหลาย ๆ ประเทศหายไป

        

คำสำคัญ: อยากมีเรื่องเล่าผ่านตัวอักษร
สร้างเมื่อ: 2010-09-16 07:15:14   แก้ไขเมื่อ: 2010-11-09 08:30:24
เพื่อเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร และเรียนรู้การสร้างเว็ปไซท์
เนื้อหาอนุญาตให้ใช้แบบ ไม่สงวนลิขสิทธิ์